เครดิตบูโร สร้างวิกฤตให้ธุรกิจ SMEs ได้อย่างไร

ธุรกิจ SMEs

เครดิตบูโร

เศรษฐกิจอย่างนี้เรื่องของเครดิตต้องระมัดระวัง ต้องสแกนกันเลยทีเดียว รายใหม่ ๆ มาไม่ต้องปล่อยให้เกินกำลัง วันนี้เอาเรื่องการกู้เงินธนาคารมาแนะนำ ท่านนักลงทุน SMEs ที่เป็นหนี้สถาบันการเงินต้องระมัดระวังให้มาก ๆ หากเครดิตเสียไปต้องแก้ไขกันยาวเลยทีเดียว เนื่องจากความเข้มงวดของการเงิน มาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับไว้

อย่างแรก การผิดนัดต้องถูกปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้น เช่น ตอนทำโครงการ ตกลงกันกับธนาคารดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 ตอนผิดนัดกลายเป็นร้อยละ 15 เรื่องนี้สำคัญมากหากมีการปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้น ก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจได้ ต้นทุนการผลิตก็ต้องสูงขึ้น ไหนค่าแรงก็ขึ้น สินค้าราคาก็สูงขึ้น การแข่งขันก็ต้องลำบากขึ้น

เรื่องต่อมา รายชื่อของนักลงทุนก็จะเข้าสู่ทำเนียบในเครดิตบูโร ตอนนี้จะเข้ากู้เงินหรือทำโครงการใด ๆ ก็จะลำบากขึ้นไปอีก เพราะต้องไปแก้ไขหนี้ไม่ให้มีรายชื่อในเครดิตบูโรก่อน เพราะการกู้ยืมเงินขึ้นตอนแรกต้องตรวจเครดิตก่อน

เรื่องสุดท้าย  คือ การถูกธนาคารฟ้องเรียกเงินคืน โดยคิดดอกเบี้ยสูง ๆ ขั้นตอนการฟ้องคดีก็ไม่ต้องยุ่งยากเหมือนก่อน เนื่องจากคดีเหล่านี้จะถูกจัดให้เป็นคดีผู้บริโภคหรือคดีนำหน้าเลขด้วยคำว่า “ผบ” การพิจารณาคดี กฏหมายบัญญัติให้ต้องเสร็จสิ้นในศาลชั้นต้นภายในเวลา 6 เดือน นับแต่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือนจะถูกยึดทรัพย์

ยกเว้นท่านลูกหนี้จะนำคดีสู่ศาลอุทธรณ์ได้ ซึ่งการอุทธรณ์จะต้องขออนุญาตศาลอุทธรณ์อีก ศาลจะพิจารณาให้อุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงต้องแจ้งเหตุผลแห่งการอุทธรณ์ ข้อเท็จจริงแห่งคดีว่าสำคัญเพียงใด หากท่านได้รับอนุญาตก็ต้องเข้าสู่การขอทุเลาการบังคับคดี ซึ่งต้องเป็นไปตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์อีก ยุ่งยากมาก ๆ การต่อรองกับธนาคารดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นซักเท่าไหร่ เนื่องจากธนาคารเมื่อฟ้องเป็นคดีแล้ว กระบวนการไกล่เกลี่ยจะล่วงเลยไปแล้ว

เรื่องสำคัญก็คือเรื่องของเครดิตบูโรการแก้ไขจะยากเย็นที่สุดครับ เนื่องจากเมื่อเราเข้าสู่เครดิตบูโรแล้วกว่าจะสามารถแก้ไขก็ยากแสนเข็ญ การเริ่มต้นโครงการใหม่จะไม่สามารถทำได้ทันที ต้องล่วงเลยเวลานับจากวันที่แก้ไขหนี้สำเร็จแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีเลยทีเดียว ถึงจะสามารถขอเครดิตกับสถาบันการเงินรายใหม่ได้ ส่วนรายเก่าไม่ต้องไปเสนอเลยครับ เห็นรายชื่อเข้าก็จะปฏิเสธไปทันทีโดยไม่ต้องศึกษาโครงการให้เสียเวลา  และโชคซ้ำกรรมซัดอาจถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งเป็นกระบวนการขั้นสุดท้าย คือเท่ากับว่ามีการจำขังกันทางเศรษฐกิจกันเลยทีเดียวหมดโอกาสทำธุรกิจอะไรต่อไปได้อีก

ที่มา นิยสาร SMEs ชี้ช่องรวย  บทความโดย ทนายอำพล  รัตนมูสิก

ไปที่หน้าแรก ธุรกิจแฟรนไชส์