อโรม่า กรุ๊ป  โหมขยายสาขา 2 แบรนด์ดัง “กาแฟสดชาวดอย” & “ไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่”

วงการธุรกิจกาแฟยังคงมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ด้วยกลยุทธ์ชิงตลาดที่กลมกล่อมตามสูตรของแต่ละแบรนด์ ยกตัวอย่าง “อโรม่า กรุ๊ป” แบรนด์ผู้นำในธุรกิจกาแฟที่มีความผงาดในวงการ ซึ่งขณะนี้เตรียมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเร่งขยายสาขากาแฟสดชาวดอยเพิ่มเป็น 2,000 สาขา และไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่ เพิ่มเป็น 250 สาขา ภายในปี 2560 รองรับตลาดกาแฟสดบูมสุดขีด ปลื้มยอดขายทะลุ 1,300 ล้านบาท

ธุุรกิจแฟรนไชส์กาแฟสดชาวดอย

“อโรม่า กรุ๊ป” กลุ่มบริษัทของคนไทยที่ ดำเนินธุรกิจด้านกาแฟคั่วบดมากว่า 50 ปี ที่ได้พิถีพิถันกับการคัดเลือกวัตถุดิบ เพื่อมาผลิตเป็นกาแฟคั่วบดคุณภาพสูงสำหรับคนไทย และยังมีการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วย มีความมุ่งมั่นในธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างครบวงจร และด้วยความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟคั่วบดที่ได้สั่งสมมานานให้กับผู้ที่สนใจที่จะเปิดร้าน กาแฟสด “อโรม่า” จึงได้ขยายธุรกิจร้านกาแฟภายใต้ชื่อ ไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่ และกาแฟสดชาวดอย

คุณกิจจา   วงศ์วารี  กรรมการบริหาร อโรม่า กรุ๊ป เปิดเผยว่าในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมเงินทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท มาใช้ในการสนับสนุนเงินลงทุนให้แก่ลูกค้าที่มีความสนใจและมีทำเลที่ดี  ขณะนี้เร่งสรุปเจรจากับปตท. คาดอีก 4 เดือนหลังสัญญาจะจบลง ก.พ. ปี 2557 พร้อมเตรียมนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น เร่งขยายสาขากาแฟสดชาวดอยและไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่ ภายในปี 2560 รองรับตลาด

ส่วนในการเปิดร้านกาแฟสดชาวดอย อยู่ทีรายละไม่เกิน 300,000 บาท และร้านกาแฟสด 94 Coffee รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เพื่อเร่งสปีดขยายสาขากาแฟสดชาวดอยเป็น 2,000 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 400 สาขา และร้าน 94 Coffee เพิ่มเป็น 250 สาขาจากเดิมที่มีอยู่ 35 สาขาให้ได้ภายในปี 2560

ธุรกิจแฟรนไชส์ไนน์ตี้-โฟร์ คอฟฟี่

“ธุรกิจร้านกาแฟสดถือว่ามีอัตรากำไรที่ดี เมื่อเทียบกับการจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วบดและเครื่องชงกาแฟ ซึ่งปัจจุบันอโรม่า กรุ๊ป มีลูกค้ารายย่อย 4,000 – 5,000 ราย และมีลูกค้าที่เป็นเชน เกือบ 100 ราย โดยในปีหน้า บริษัทจะใช้งบลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท ในการขยายไลน์เพิ่มกำลังการผลิตเมล็ดกาแฟคั่วบดเพิ่มอีก 1 เท่าตัว เป็น 4 พันตันต่อปี จากเดิ่มที่กำลังการผลิตอยู่ที่ 2 พันตันต่อปี เพื่อรองรับธุรกิจของอโรม่า กรุ๊ป ที่มีอัตราเติบโต 30-40% ทุกปี”

ปัจจุบันมูลค่าตลาดร้านกาแฟสด หรือร้านกาแฟคั่วบดมีมูลค่าปีลกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่าปริมาณการดื่มกาแฟของคนไทยเฉลี่ย 130-150 แก้วต่อคนต่อปี และคนที่บริโภคกาแฟเป็นประจำมีประมาณ 30% ของประชากรทั้งประเทศ น้อยกว่าญี่ปุ่นที่มีปริมาณการดื่มกาแฟเฉลี่ยถึงคนละ 500 แก้วต่อปี ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีปริมาณการดื่มกาแฟเฉลี่ยถึงคนละ 700 แก้วต่อปี จึงทำให้ตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

 

ไปหน้าแรก   ธุรกิจแฟรนไชส์