“สายบัว” โปรดักส์ความงามจากภูมิปัญญาไทย ครีเอทบรรจุภัณฑ์นำยอดขาย

ภูมิปัญญาคือเส้นทางการแจ้งเกิดทุกสิ่งอย่างและสามารถนำมาปรับต่อยอดให้สอดรับกับทุก ๆ สิ่งที่ต้องการลงมือปฏิบัติได้ เช่นเดียวกับ ผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้แบรนด์ “สายบัว” หนึ่งในแบรนด์ท่นำเอาภูมิปัญญามาสานต่อให้กลายเป็นธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัว โดยมีคุณวรพร  ตระกูลชีวพานิตต์ บุตรสาวของคุณกัญญาลักษณ์  ตระกูลชีวพานิตย์  เป็นประธาน

ประธานกลุ่มได้กล่าวถึงเรื่องราวตั้งแต่หน้าประตูธุรกิจ แบรนด์ “สายบัว” นี้ว่า “ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม ภายใต้แบรนด์ สายบัว เกิดขึ้นหลังจากผลิตลอดช่องสิงคโปร์แห้งผ่านไปได้ราว 2 ปี โดยคุณแม่มีแนวคิดต้องการผลิตสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป ไม่เน่าเสียง่าย แต่นั้นมาจึงเริ่มเรียนรู้วิธีทำแชมพู สบู่ จากหลาย ๆ หน่วยงานซึ่งเปิดอบรมมอบความรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”

คุณศิริรัตน์  ศรีสวย  รองประธานกลุ่มฯ กล่าวเสริมว่า หลังจากรับความรู้มา จึงไทดลองผลิต ซึ่งกว่าจะได้สูตรสำเร็จเป็นของตนเอง ใช้เวลาอยู่นานหลายเดือน โดยผลิตภัณฑ์แรกเริ่ม ได้แก่ แชมพูมะกรูด และอัญชัน สบู่เหลวขมิ้นและมะขาม โดยแรก ๆ ทำใช้เองและให้คนในชุมชนใช้อยู่ประมาณ 2-3 เดือน จนกระทั่งแน่ใจในสูตร ทางกลุ่มจึงเปิดตัวสินค้านำไปจำหน่ายตามตลาดนัดและหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งก็ถือว่าโชคดีในเรื่องช่องทางการตลาด เพราะปูทางกับผลิตภัณฑ์ลอดช่องสิงคโปร์แห้งมาก่อนแล้ว

“สายบัว” ผลิตภัณฑ์ที่มีจุดขายตรงที่การนำส่วนผสมของพืชผักสมุนไพรมาเป็นตัวชูคุณภาพ กับราคาที่ต้องบอกว่า กลุ่มคนทุกระดับสามารถจับต้องได้ เลือกซื้อได้อย่างยาวนาน ส่วยวัตถุดิบสมนุพรที่จะคัดสรรนำมาผลิต ได้แก่ ขมิ้น อัญชัน มะกรูด ว่านหางจระเข้ ประคำดีควาย นอกจานั้นยังมี น้ำมันมะพร้าว แตงกวา มะขามเปียก โดยแหล่งซื้อทั้งหมดอยู่ในประเทศ

วิสาหกิจชุมชนสายบัว เริ่มเดินหน้ากับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมมากขึ้น โดยผลิตสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาวางตลาด ไม่เพียงเท่านั้นยังเข้าสู่โครงการโอท็อป ส่งผลไปถึงช่องทางจัดจำแหน่ายที่ไม่จำกัดผู้ใช้เพียงแต่ในกรุงเทพฯเท่านั้น

ธุรกิจแฟรนไชส์

“เน้นขยายตลาดในประเทศ เพราะมองว่ามีช่องว่างให้เดินได้อีกมาก จึงอยากอยู่กับตลาดนี้ทำตรงนี้ให้เต็มที่ก่อน ซึ่งลูกค้าประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศ อย่าง ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี โดยผู้ซื้อจะนำสินค้าไปจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง หรือในกรณีที่พักรีสอร์ทก็จะจัดจ้างผลิต”

คุณสิริรัตน์ แจงต่อว่า หากตลาดในประเทศมั่นคง ถึงวันนั้นอาจขยับสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเป้าหมายแรกตลาดเอเชีย ซึงขณะนี้อยู่นำระบวนการศึกษาโครงการ “AEC” เพื่อเติมเต็มความรู้ให้เกิดความพร้อมก่อนก้าวเดิน จากการได้เห็นรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์สายบัว ต้องบอกว่ามีความเรียบหรูอยู่ในตัวตน จนแทนไม่น่าเชื่อว่าราคาขายจะกำหนดไว้เพียงขวดละไม่กี่สิบบาท

สำหรับราคาจำหน่าย ประธานกลุ่ม สนนราคาขายไว้ไม่แพง นับว่าเป็นนโยบายหนึ่งของกลุ่ม เพื่อให้คนระดับกลางและล่างมีโอกาสได้สัมผัสและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในนามแบรนด์คนไทย โดยไม่กระทบเงินในกระเป๋า ยกตัวอย่าง แชมพูสระผมที่กำหนดราคาขายไว้ขวดละ 59 บาท แต่ถ้าซื้อสองขวดแถมฟรีหนึ่งขวดทันที เป็นต้น

“ถ้าพูดถึงผลกำไรยังน้อยอยู่ อาศัยขายได้ก็พอ ซึ่งตอนี้วิสาหกิจชุมชนสายบัว ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตนเองจำหน่ายประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นออร์เดอร์รับจ้างผลิต ซึ่งมีหลายแห่งสนใจเดินทางมาติดต่อ ส่งผลให้ตัวเลขยอดขายดำเนินไปได้ด้วยดี” คุณสิริรัตน์กล่าว

ส่วนในด้านเงินลงทุน คุณศิริรัตน์ และคุณวราพร กล่าวว่า “เราสามารถเริ่มต้นได้ที่หลักหมื่นดังเช่นวิสาหกิจชุมชนสายบัว ต่อเมื่อธุรกิจมีผลกำไร จึงนำมาขยับขยาย ตอนที่เริ่มทำธุรกิจใช้เงินไม่มากนัก มีการกู้ยืมกับสถาบันการเงินบ้างบางส่วน อย่าง SME Bank และ ธกส. เพื่อให้ธุรกิจลื่นไหล ซึ่งเดี๋ยวนี้สถาบันการเงินเขาไม่ได้ให้แค่สินเชื่อ แต่ยังพร้อมมอบความรู้เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจ ก็ขอเพียงแต่เราใส่ใจกระตือรือร้นไปรับความรู้มาเพื่อพัฒนาธุรกิจต่อไป”

ทั้งนี้แนวคิดของการออกแบบนั้น คู่บัดดี้ผู้บริหารได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่ผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่าปัจจุบันผู้บริโภคได้เข้าหาธรรมชาติมากขึ้น จึงต้องการถ่ายทอดถึงความเป็นธรรมชรติให้ได้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจด้วยว่านี่คือยุคสมัยใหม่ ฉะนั้นในเรื่องของเทคโนโลยี การพัฒนาการด้านต่าง ๆ จึงต้องนำมาผนวกเข้าด้วยกันให้ได้อย่างลงตัว

สนใจต้องการติดต่อ วิสาหกิจชุมชนสายบัว ติดต่อได้ที่ 38 ซอยรามอินทรา 76 คันนายาว กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2517-2519 , 08-9664-3402 หรือเว็บไซต์ www.saibua.com

 

ไปหน้าแรก   ธุรกิจแฟรนไชส์,ธุรกิจ SMEs