สงครามวัฒนธรรม สงครามการตลาด

ทุกวันนี้น้อยคนที่ไม่รู้จักเพลงและท่าเต้นแบบการควบม้าของศิลปินเกาหลี “กังนัมสไตล์” เพลงและท่าเต้นนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็วและเกือบทุกประเทศในโลกก็นำไปปรับใช้ รวมทั้งบุคคลระดับผู้นำหรือ ผู้มีชื่อเสียงของโลกก็นิยมเต้นท่าม้าโยกนี้

ธุรกิจแฟรนไชส์

หากเปรียบเทียมกับสงครามการรบ ต้องนับว่า “กังนัมสไตล์” เป็นอาวุธอันทรงพลังที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ชนะสงครามในโลกยุคปัจจุบัน หลายประเทศประสบความสำเร็จด้านการตลาด สามารถส่งออกสินค้าและบริการไปทั่วโลก สร้างเศรษฐกิจของประเทศให้รุ่งเรืองกลายเป็นชาติมหาอำนาจก็เพราะ “สงครามวัฒนธรรม” สร้างสรรค์วัฒนธรรมขึ้นมาแล้วก็ส่งเสริมเผยแพร่ไปทั่วโลก

ผลที่ตามมากคือภาพลักษณ์ของประเทศและสินค้าของประเทศนั้น ๆ ดีขึ้น แน่นอนครับสินค้าและบริการต่าง ๆ ขายดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้น และเงินตราเข้าประเทศมากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจส่งสินค้าไปขายทั่วโลก ก็เพราะมีฮอลลีวูดเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ เพลง ฯลฯ แล้วเผยแพร่ไปทั่วโลก ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกวัฒนธรรม จนทำให้สินค้า บริการ ฯลฯ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ประเทศเกาหลีใต้ใช้เวลาประมาณ 10 ปี ในการสร้างและส่งเสริมวัฒนธรรมของตนไปทั่วโลกผ่านภาพยนตร์ เกมออนไลน์ และเพลง จนปัจจุบันกระแส K-POP แรงสุด ๆ

เรื่องแบบนี้ผู้บริหารประเทศในบ้านเราพูดกันมาหลายปี มีการใช้เงินงบประมาณทำการส่งเสริมกันแต่ดูเหมือนว่าแนวทางนโยบายยังไม่ชัดเจน พอเปลี่ยนพรรคการเมืองที่บริหารประเทศ นโยบายก็เปลี่ยนและค่อย  ๆ เงียบหายไป  เรื่องแบบนี้ต้องอาศัยหลักการตลาดนำ รู้จัดเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการจะขายวัฒนธรรมแล้วออกแบบส่วนประสมการตลาด (4P) ที่โดนใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เลือก

ต้องเข้าเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้าเป้าหมายซึ่งหนีไม่พ้นเรื่อง “รัก โลภ โกรธ หลง กลัว” ความจริงอารมณ์ของคนเราจัดเป็นแรงผลักดันพื้นฐานที่ทรงพลังทำให้คนเรากระทำการใด ๆ ตามที่ถูกกระตุ้น ลูกค้าวัยรุ่นน่าจะเป็นลูกค้าเป้าหมายที่น่าสนใจที่สุดเพราะเป็นวัยที่เปิดรับสิ่งใหม่ง่ายไม่ติดยึดกับวัฒนธรรมของประเทศตนเองมากนักและใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

AEC ใกล้เข้ามาทุกวัน ประเทศไทยเราได้เปรียบเรื่องทำเลที่ตั้งที่อยู่ตรงกลางเป็นไข่แดงที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยว พูดง่าย ๆ ว่าลูกค้ามาเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องลงทุนลงแรงมากก็น่าจะไปได้ ขอให้ทำกันจริง ๆ ครับ

บทความโดย  ดร.เกษม  พิพัฒน์เสรีธรรม  กรรมการผู้จัดการ บริษัท 40 เค แอนด์ พี จำกัด บริษัทที่ปรึกษาวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจและการจับคู่ธุรกิจ

ไปหน้าแรก  ธุรกิจแฟรนไชส์