วิธีการรักษาความลับ ทางการค้าในธุรกิจอย่างถูกต้อง

ธุรกิจแฟรนไชส์

วิธีการรักษาความลับ

หลายท่านมักจะเคยประสบปัญหาหรือเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการโดนขโมยความลับทางการค้ามาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยลูกจ้างหรือโดยบริษัทคู่แข่ง หรือบางครั้งอาจโดนบริษัทที่ท่านนำเอาผลงานไปเสนอ เอาความลับทางการค้าของท่านไปใช้ หรือไปหาประโยชน์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากท่านก่อน แต่ท่านก็ไม่สามารถเรียกรองค่าเสียหายตามกฎหมายได้

ปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันและแก้ไขเยียวยาหากท่านเข้าใจวิธีการคุ้มครองความลับทางการค้าของท่านอย่างถูกต้อง

ประการแรก ท่านจะต้องแยกแยะข้อมูลทั่วไปกับความลับทางการค้าออกจากกันก่อน ความลับทางการค้านั้น จะต้องเป็นข้อมูลที่มีคนรู้ในวงจำกัดเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนที่ทำงานในบริษัทจะรู้หมดทุกอย่าง ตัวอย่างเช่น อาจจะเป็นผู้บริหารของบริษัท 3-4 คนเท่านั้นที่รู้ข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลนั้นจะต้องมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อันเนื่องมาจากการถูกเก็บเป็นความลับนั้นด้วย เช่น ถ้าคู่แข่งได้ความลับนี้ไป ก็จะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีเทียบเท่าของท่านได้ หรืออาจเป็นช่องทางให้ขายสินค้าได้มากขึ้น หรืออาจเป็นช่องทางให้หาวัตถุดิบได้ในราคาที่ถูกลงเป็นต้น

เมื่อท่านสามารถแยกแยะข้อมูลทั่วไปและข้อมูลที่จัดว่าเป็นความลับทางการค้าออกจากกันแล้ว ประการต่อมาถือ การวางมาตรการที่ใช้คุ้มครองความลับทางการค้านั้นอย่างเหมาะสม ซึ่งมาตรการอย่างไรจึงจะถือว่าเหมาะสมนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และประเภทของข้อมูลความลับดังกล่าว เช่นถ้าเป็นข้อมูลที่ได้รับการบันทึกลงในเอกสาร ก็จะต้องมีการจัดเก็บเอกสารนั้นในตู้เซฟเข้ารหัสอย่างดี หรือถ้าเป็นข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์ก็จะต้องมีการตั้งรหัสผ่านในการเข้าถึงข้อมูลนั้นด้วย หรือถ้าเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอย่างสินค้า ก็จะต้องจัดเก็บในห้องหรือสถานที่ที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ ตัวอย่างเช่น ห้องจัดเก็บตัวอย่างสินค้า มีการใส่รหัสหรือล็อคกุญแจอย่างดี มีกล้องวงจรปิดคอยบันทึกภาพผู้เข้าออกห้องดังกล่าว มีการจัดทำสมุดบันทึกผ่านเข้าออก หรือแม้กระทั่งมีการควบคุมการเข้าออกโดยการใช้บัตรผ่านเป็นต้น

ประการสำคัญคือ การแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับความลับทางการค้านั้นทราบว่า ข้อมูลที่กำลังได้รับนั้นเป็นความลับทางการค้า ซึ่งจะนำไปเปิดเผยไม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากท่านก่อน การดำเนินการในส่วนนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในกรณีที่ท่านนำผลงานต้นแบบหรือสินค้าตัวใหม่ล่าสุดที่ยังไม่ได้ออกวางตลาดไปเสนอให้บริษัทต่าง ๆ เนื่องจากหากบริษัทนั้นไม่ทราบว่าข้อมูลหรือสินค้าที่ท่านนำไปเสนอนั้นยังอยู่ในชั้นความลับ บริษัทนั้นก็จะสามารถอ้างได้ว่าไม่ทราบว่าห้ามเปิดเผย ทำให้ท่านไม่สามารถเอาผิดกับบริษัทนั้นได้

ทั้งนี้ การแจ้งให้ทราบควรจะทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือในรูปแบบสัญญาการักษาความลับทางการค้าให้บริษัทที่ท่านนำผลงานต้นแบบไปเสนอลงนาม ซึ่งอาจทำเป็นสัญญาอย่างง่าย ๆ ก็ได้ โดยมีเนื้อหาที่สำคัญว่าต้องไม่นำเอาข้อมูลความลับหรือผลงานต้นแบบที่ท่านนำไปเสนอไปใช้หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต และหากทำเช่นนั้นจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย

บทความโดย ดร.ธนพจน  เอกโยคยะ  นักวิชาการพาณิชย์ ระดำชำนาญการและอาจารย์พิเศษ ม.รามคำแหง,ม.ศรีปทุม

ไปหน้าแรก ธุรกิจแฟรนไชส์