ธุรกิจ SMEs: Breathe เผยเคล็ดลับธุรกิจ คิดให้ต่าง เจาะตลาดเครื่องหอม ส่งออก 30 ประเทศ

แนวคิดการเริ่มต้นธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งคุณผู้อ่านเลือกจากอะไร เลือกตามกระแสหรือทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ฉบับนี้มีแนวคิดจากหนึ่งผู้ประกอบการที่ใช้ความสุขจากการทำธุรกิจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ มานำเสนอคุณผู้อ่าน ซึ่งเธอผู้นี้ดำเนินธุรกิจเครื่องหอมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี มาดูกันว่าแนวคิดและเคล็ดลับการดำเนินธุรกิจของเธอจะแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร

ธุรกิจ SMEs

คุณกมลนาถ  เดชะพุทธพงศ์ หรือ คุณเก๋ เริ่มทำธุรกิจเครื่องหอมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ภายใต้แบรนด์ Breathe โดยเริ่มจากการทำส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องหอมกว่า 30 ประเทศ คุณเก๋เล่าให้ฟังว่า “เหตุผลที่ไม่ทำตลาดในไทยเพราะช่วงนั้นเศรษฐกิจเมืองไทยมีปัญหาหรือวิกฤตฟองสบู่แตก แต่ธุรกิจส่งออกกลับเติบโตได้ดีและด้วยความที่ครอบครับทำธุรกิจส่งออกกันอยู่แล้วจึงมองการส่งออกเป็นอันดับแรก ประจวบเหมาะกับเรียนจบด้านดีไซน์มา บวกกับส่วนตัวเป็นคนชอบเครื่องหอมหรือด้านดีไซน์มา บวกกับส่วนตัวเป็นคนชอบเครื่องหอม หรืออโรม่า จึงคิดว่าจะทำอะไรดีที่สมารถเริ่มต้นได้จากสิ่งที่เรามีอยู่ และสามารถนำสิ่งนั้นมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด”

เครื่องหอม Breathe จุดเด่นของตัวผลิตภัณฑ์อยู่ที่ตัวน้ำหอมจะต้องมี 2 สิ่งสำคัญอยู่ในน้ำหอม คือ 1. กลิ่นไม่อ่อน ไม่แข็ง ไม่กระด้าง 2.ความปลอดภัย เพราะสิ่งที่สูดดมเข้าไปแล้วหอมใช่ว่าจะปลอดภัย สารเคมีหลาย ๆ ตัวที่อยู่ในตัวน้ำหอม จะไปทำลายเยื่อบุในจมูก ระบบทางเดินหายใจจนถึงปอด แต่สำหรับ Breathe ได้มีการส่งตัวอย่างน้ำหอมไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อพิสูจน์ว่าได้มาตรฐานความปอลดภัยและยังมีการผสมกลิ่นขึ้นมาเองเป็นซิกเนอเจอร์ของ Breathe

คุณเก๋ บอกถึงลักษณะของน้ำหอมที่ดีว่า จะต้องมีบอดี้ 3 ตัว คือ 1.Top Note จะเป็นกลิ่นที่เบาที่สุด แรงที่สุดและหายไปได้เร็วที่สุด 2.Middle Note เป็นกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอมจะคงอยู่อย่างต่อเนื่องกว่า Top Note 3.Base Note เป็นกลิ่นระยะสุดท้ายของการระเหยน้ำหอมกลิ่นอยู่นานที่สุด ถ้าน้ำหอมมีคุณสมบัติทั้ง 3 ข้อนี้ถือได้ว่าเป็นน้ำหอมที่ดีมีคุณภาพ

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณเก๋ แตกต่างไม่เหมือนใคร คือ งานดีไซน์ออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของสปา แต่สามารถใช้ที่บ้านได้ผสานความเป็นไทยอยู่ในตัวผลิตภัณฑ์ และมีความโมเดิร์นอยู่ด้วย ซึ่งความเป็นไทยที่ดีไซน์ออกมานั้นแตกต่างจากสิ่งที่เคยมีอยู่ โดยนำเอาธรรมชาติเข้ามาผสมผสานอย่างเช่น ต้นข้าวที่ใช้กระดาษสาเป็นตัวกระจายกลิ่นน้ำหอม หรือเนื้อไม้โสนนำมาทำเป็นดอกไม้ คุณสมบัติของเนื้อไม้โสนมีการซึมซับที่ดี จึงมีการใส่สีลงไปในน้ำหอมเพื่อให้ดอกไม้ที่ทำจากต้นโสนดูดสีและสามารถเปลี่ยนสีได้ตามระยะเวลาของกลิ่น หรือที่เรียกว่า เปลี่ยนสีเปลี่ยนกลิ่น

หลังจากทำตลาดส่งออกมาเป็นเวลากว่า 10 ปี คุณจึงหันมาเปิดตลาดคนไทยได้ประมาณ 2 ปี โดยราคาตั้งไว้ในระดับกลาง เริ่มต้นที่ 600 บาท สาเหตุที่ตั้งราคาในระดับนี้ คุณเก๋บอกว่าต้องการให้คนไทยสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และอยากให้เข้าใจถึงตัวผลิตภัณฑ์ของ Breathe สามารถใช้ได้ทุกวันไม่จำเป็นต้องใช้ในบางโอกาส ซึ่งการทำตาลาในเมืองไทยได้ผลตอบรับดีเป็นที่น่าแปลกใจ ในส่วนของลูกค้าที่ยังไม่เข้าใจในน้ำหอม ลูกค้าจะบอกว่ากลิ่นนี้ไม่หอม แต่อันที่จริงคุณเก๋อธิบายว่า ร่างการคนเราไม่สามารถที่จะชอบไปทุกกลิ่นได้ เพราะฉะนั้นลูกค้าจะต้องเลือกกลิ่นที่ร่างกายชอบและไม่ต่อต้านกลิ่นนั้น

ปัจจุบันจะมีกลิ่นให้ลูกค้าเลือกจำนวน 24 กลิ่น ส่วนงานดีไซน์ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศจะเป็นในรูปลักษณ์เดียวกัน ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของ Breathe ที่ออกมานั้นเป็นงานที่เน้นเอกลักษณ์ในตัวเอง ซึ่งคุณเก๋มองว่า ลูกค้าทั้งในและนอกประเทศเป็นกลุ่มเดียวกันหมด คือ กลุ่มคนที่ชอบเครื่องหอมที่มีดีไซน์ จากประสบการณ์ขายใน 30 ประเทศ กลุ่มลูกค้าทั้งหมดจะมีรสนิยมเหมือนกัน หรือ Niche market นั่นเอง แต่ถ้ามอถึงคู่แข่งในตอนนี้ คุณเก๋บอกว่า คู่แข่งทางธุรกิจ Breathe ไม่มี แต่คู่แข่งที่น่ากลัวคือตัวเอง เพราะจะต้องพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นไปอีก

ในส่วนของการบริหารจัดการจากผลของการขึ้นค่าแรง คุณเก๋ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ โดยเน้นไปในด้านของบุคลากรที่มีอยู่ ดึงเอาประสิทธิภาพออกมาให้ได้มากที่สุด ปรับสายการผลิตให้เพิ่มขึ้นจากเดิม นำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในเรื่องของการแพ็กกิ้ง เพื่อลดปริมาณการใช้แรงงานคนลงแต่ได้ผลิตภัณฑ์ที่มากกว่าเดิม

อีกหนึ่งปัญหาที่กำลังแก้ไขอยู่ คือ Breathe มองว่าตัวเองยังไม่ใช่กลุ่มนักธุรกิจ แต่เป็นเพียงกลุ่มที่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ Breathe มีการพัฒนาและโตเร็วมากในธุรกิจ ทำให้ผลิตภัณฑ์ออกมาไม่ทันกับออร์เดอร์ที่เข้ามา แต่ได้มีการแก้ไขโดยการนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่ม เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนความคิดให้เป็นระบบมากขึ้น และมองในแง่มุมของธุรกิจมากขึ้น

“การจะทำสิ่งใดก็แล้วแต่ ไม่รักจริงอย่าทำ ทำไปก็เหนื่อย เห็นใครทำแล้วประสบความสำเร็จอย่าทำตาม แต่จงหาในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เจอ ต่อให้ลำบากขนาดไหนเราก็ยังมีกำลังใจในการทำสิ่งนั้นให้ประสบความสำเร็จได้ อย่ามองหาอาชีพที่มีประโยชน์ที่สุดแต่มองหาอาชีพที่รักที่สุด” คุณเก๋ให้แง่คิดในการประกอบธุรกิจ

หากสนใจสามารถไปดูผลิตภัณฑ์ได้ที่ Terminal 21 หรือคลิก www.oopsstuff.com , www.facebook.com/oopsstuff โทร.0-22930-6919

ไปหน้าแรก  ธุรกิจแฟรนไชส์