อีกหนึ่งธุรกิจแฟรนไชส์น้ำที่เปิดใหม่ ไม่อิงสำเร็จของใคร ภายใต้แบรนด์ ชาเฉา (ก๊วย) ที่ชูจุดเด่นที่ ด้วยท็อปปิ้งหลัก “เฉาก๊วย” เพียงตัวเดียวเท่านั้น

สร้างความหลากหลายของสินค้าด้วยรสชาติเครื่องดื่ม อาทิ ชาเขียวเฉา ชอมอลล์เฉา กาแฟเฉา โกโก้เฉา นมสดเฉา น้ำผึ้งนมสดเฉา รวมกว่า 10 รายการ หวังเกาะแสชา เจาะกลุ่มลูกค้าที่ชอบรสเข้มหวานมันแบบไทย

อาชีพอิสระอาชีพเสริมแฟรนไชส์ชาเฉาก๊วย

คุณธนิต ศรีจันทรนิตย์ และคุณชลทรัพย์ คิดรังสรรค์ พูดถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เดิมทีอยากจะเปิดร้านกาแฟ แต่ติดเรื่องของทำเลและงบประมาณการลงทุน ลำพังเฉพาะเครื่องชงกาแฟก็ราคาเป็นแสนแล้ว ยังไม่นับรวมอุปกรณ์อื่น ๆ และการตกแต่งร้านอีก จึงหันมาหาเครื่องดื่มประเภทอื่น มาลงตัวที่ชา เนื่องจากเป็นสินค้าที่คนอื่นรู้จัก ดื่มง่ายรสชาติถูกปากคนไทย ที่สำคัญการลงทุนไม่สูงมากถ้าเทียบกับร้านกาแฟ

สำหรับสูตรซึ่งเป็นหัวใจในการขาย ใช้เวลาในการพัฒนาร่วม 6 เดือน โดยสำรวจวัตถุดิบ อุปกรณ์ นำมาลองชง พัฒนาสูตรจนมาลงตัวที่รสชาติแบบเช้มข้น หวานมันแบบขาไทย และเพิ่มลูกเล่นด้วยการชู “เฉาก๊วย” เป็นท็อปปิ้งหลักตัวเดียว ที่เข้ากับรสชาติเข้มข้น เนื้อเฉาก๊วยจะไม่เหนียวหนับมาก เน้นที่ความนุ่มลื่น ทำให้ดูดขึ้นได้ง่าย เนื้อเฉาก๊วยจะไม่มีรสหวาน อีกทั้งมีสรรพคุณแก้ร้อนใน จึงเหมาะสำหรับดื่มเพื่อสุขภาพด้วย วัตถุดิบที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นของเกรดเอในประเทศ ต้นทุนสินค้าต่อแก้วอยู่ที่ 13-20 บาท ตั้งราคาขาย 30-39 บาท

เปิดแบรนด์ตัวเองใช้งบหลักแสน

คุณธนิต ตัดสินใจเปิดร้านชานมในแบรนด์ของตัวเองโดยไม่ซื้อแฟรนไชส์ เพราะต้องการสร้างความแตกต่าง ในแบบของตัวเอง ตั้งงบประมาณในการเริ่มธุรกิจไว้ที่ 1 แสนบาท พร้อมแจกแจงให้ฟังว่าลงทุนกับอะไรบ้าง

1. คีออสก์ขนาด 3×1.5 เมตร ลงทุน 20,000 บาท

2. ตู้แช่วัตถุดิบ ลงทุน 20,000 บาท

3. เครื่องคิดเงิน ลงทุน 10,000 บาท

4. กระดาษสวมแก้ว พิมพ์แบรนด์ 10,000 ชิ้น/ครั้ง ลงทุน 13,000 บาท

5. อุปกรณ์สแตนเลสที่ใช้ในการชง ลงทุน 10,000 บาท

6. กระติกน้ำแข็ง ลงทุน 1,000 บาท

7. ค่าวัตถุดิบ เริ่มต้น 2,000 บาท

รวมแล้วใช้งบลงทุน 106,000 บาท

คุณชลทรัพย์ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้แล้วยังต้องเตรียมทุนหมุนเวียนต่อเดือน 20,000 บาท สำหรับค่าเช่าสถานที่นั้น ถ้าเป็นทำเลบนสถานีรถไฟฟ้า ค่าเช่าแต่ละสถานีจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของจำนวนผู้โดยสาร เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จตุจักร สยาม จะมีราคาสูงมาก และต่อสัญญาทุก ๆ 3 เดือน

“เราเลือกมาเปิดบน BTS เพราะต้องการให้คนรู้จัก เปิดที่สถานีสะพานควาย เพราะค่าเช่าไม่แพงมาก 15,000 บาทต่อเดือน ตอนนี้เปิดมาได้ 4 เดือนแล้ว เปิดขายทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่ 07.30 น. ไปจนถึง 19.30 น. ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน 1,900-2,000 บาท ถือว่าเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่งสำหรับเครื่องดื่มหน้าใหม่ ที่ไม่มีแฟรนไชส์ รอบ ๆร้านก็จะมีร้านชาไข่มุก ร้านน้ำอื่น ๆ เปิดขายเหมือนกัน  จากที่สอบถามยอดขายแต่ละร้านทุกคนก็ไม่ได้ตกลง แสดงว่าเราไม่ได้แย่งลูกค้ากัน จำนวนคนที่เดินต่อวันเป็นหลักหมื่นย่อมต้องมีความหลากหลาย แต่ละร้านจะมีกลุ่มลูกค้าของตัวเอง”

พนักงานหน้าร้าน มีผลต่อยอดขาย

นอกจากความอร่อยกลมกล่อมแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ “พนักงานขาย” คุณชลทรัพย์ ยอมรับว่าพนักงานหน้าร้นมีผลต่อยอดขายมาก ถ้ายิ้มแย้มแจ่มใส ใส่ใจแนะนำสินค้าให้ลูกค้าฟัง ถ้าเจอพนักงานที่ไม่ใส่ใจลูกค้า ถามอะไรหน้าบึ้งหน้างอ  ขาด ลา มาสาย หรือลาออกไป โดยไม่บอกไม่กล่าว ปัญหาเหล่านี้ก็ทำให้ธุรกิจสะดุดลงได้ โดยเฉพาะธุรกิจเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีพนักงานมากพอที่จะสาสับเปลี่ยนแทน บางครั้งก็ต้องยอมจ่ายค่าจ้างที่แพงเพื่อจูงใจให้พนักงานอยู่ไปนาน ๆ

“ชาเฉา (ก๊วย) ถือว่าอยู่ในระยะเริ่มต้น ยังคงต้องปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีความแมสมากยิ่งขึ้น การที่อร่อยคนชง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะอร่อยด้วย การทำเครื่องดื่มให้ได้รสชาติที่คนส่วนใหญ่ยอมรับเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความอดทน คนที่เริ่มส่วนใหญ่จะท้อตรงนี้ ยังไงเครื่องดื่มก็ขายได้ เพราะเมืองไทยเมืองร้อน ขายง่ายกว่าอาหารอีก ไม่จำกัดต่อแก้วต่อวัน ขอเพียงว่าให้ขายสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล ยังไงก็ไม่เจ๊งแน่นอน” คุณชลทรัพย์กล่าว

 

ไปหน้าแรก   ธุรกิจแฟรนไชส์