ข้อตกลงสัญญาแฟรนไชส์ไม่เป็นธรรม เพิกถอนได้หรือไม่           

ธุรกิจแฟรนไชส์ คือ ระบบซึ่งบุคคลหนึ่ง กล่าวคือ ผู้ขายแฟรนไชส์หรือในทางสัญญาเรียกว่า ผู้ให้แฟรนไซส์  อนุญาตให้บุคคลอีกคนหนึ่ง คือ ผู้ซื้อธุรกิจแฟรนไชส์หรือในทางสัญญาเรียกว่า ผู้รับแฟรนไชส์  ได้ใช้เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า ตลอดจนสูตรลับ กรรมวิธีต่าง ๆ ของผู้ขาย แฟรนไชส์ กับสินค้าหรือบริการของผู้ซื้อแฟรนไชส์ โดยผู้ขายแฟรนไชส์มีข้อตกลงจะให้ความช่วยเหลือกับผู้ซื้อ แฟรนไชส์ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านระบบบัญชี การเงิน การวางแผนการตลาด กิจกรรมส่งเสริมการตลาด การฝึกอบรมพนักงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ขายแฟรนไชส์จะควบคุมคุณภาพของสินค้า หรือบริการของผู้ซื้อแฟรนไชส์ และวิธีดำเนินกิจการของผู้ซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ในบางประการด้วย 

ธุรกิจแฟรนไชส์

กฎหมายธุรกิจแฟรนไชส์

ธุรกิจแฟรนไชส์

แต่ในกรณีบางประการผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชน์อาจมีการเอารัดเอาเปรียบผู้ซื้อ แฟรนไชน์เป็นเหตุให้อีกฝ่ายต้องรับภาระบางประการเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือผู้ขายแฟรนไชส์ได้เปรียบผู้ซื้อแฟรนไชส์เกินสมควร  จึงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในข้อสัญญาขึ้นตามพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  พ.ศ.  2540  มาตรา 4 ในข้อกำหนดในสัญญาแฟรนไชส์มักจะพบในสัญญาสำเร็จรูปในสัญญาธุรกิจแฟรนไชส์ เช่น                   

1.  ข้อกำหนดให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ขายแฟรนไชส์ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งรวมทั้งค่าทนายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในกรณีที่มีคดีอันเกิดความบกพร่องหรือการผิดสัญญาของผู้ซื้อแฟรนไชส์หรือตัวแทนอันมิใช่เกิดจากผู้ขายแฟรนไชส์  ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  พ.ศ.  2540  มาตรา 4 ข้อ 2. ถือได้ว่าเป็นข้อตกลงให้อีกฝ่ายต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด                  

2.  ข้อกำหนดให้ผู้ขายแฟรนไชส์ยกเลิกสัญญาได้หากผู้ซื้อแฟรนไชส์กระทำการผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง  ซึ่งหากการกระทำที่ไม่เป็นสาระสำคัญของสัญญาหรือการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์แล้ว ก็ไม่สมควรที่จะต้องกำหนดไว้ในสัญญา  ซึ่งผู้ประกอบการมักอ้างเหตุเพียงเล็กน้อยในการบอกเลิกสัญญาก็ให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น  ซึ่งอาจเข้ากรณีเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  พ.ศ. 2540  มาตรา 4 ข้อ 3  เป็นข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ                   

3.  ข้อกำหนดให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ขายแฟรนไชส์ทุกประการ  และมีข้อกำหนดให้ผู้ขายแฟรนไชส์อาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายหลังได้ตลอดเวลา  ซึ่งทำให้ผู้ขายแฟรนไชส์ได้เปรียบกว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์  เป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรมเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระหนักกว่าอีกฝ่ายหนึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่สัญญาอีกฝ่ายตามพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  พ.ศ.  2540  มาตรา 4 วรรคสาม 

ตามตัวอย่างทั้งสามกรณีมักพบในสัญญาสำเร็จรูปทั่ว ๆ ไป และถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  พ.ศ.  2540  มาตรา 4 ซึ่งผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั้งผู้ประกอบการเป็นผู้ขายธุรกิจแฟรนไชส์หรือผู้ประกอบการที่ต้องไปซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ต้องระมัดระวัง เพราะถ้าหากมีส่วนใดส่วนหนึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแล้ว สัญญาจะเป็นโมฆะทั้งหมดทันทีตามพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  พ.ศ.  2540  มาตรา 11  คู่สัญญาที่เสียเปรียบมีอำนาจฟ้องร้องเพิกถอนสัญญาที่เป็นโมฆะได้  หรือผู้ประกอบการที่เห็นว่าข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าวไม่เป็นธรรมก็อาจร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อขอคุ้มครองตามกฎหมายต่อไป

ที่มา www.sme.go.th

ไปหน้าแรก ธุรกิจแฟรนไชส์