การฟ้องคดี สคบ.

วันนี้มีเรื่องเล่าเรื่องคดีที่มีประชาชนเขามาขอคำปรึกษา เป็นเรื่องเกี่ยวกับการฟ้องคดี สคบ. หรือคดีเกี่ยวกับผู้บริโภค เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว คุณประภาส นำเรื่องที่คุณประภาส ถูกสถาบันการเงินนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่า คุณประภาสเป็นบุคคลล้มละลาย ก่อนหน้าที่คุณประภาส จะถูกฟ้อง คุณประภาสเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท บริษัทหนึ่ง ซึ่งคุณประภาสไปค้ำประกันหนี้กู้ยืมเงินที่บริษัทกู้เงินธนาคาร ต่อมาบริษัทไม่อาจชำระหนี้เงินกู้ได้ ธนาคารนำคดีขึ้นสู่ศาลแล้วศาลพิพากษาให้คุณประภาสร่วมกันชำระหนี้แก่ธนาคารยอดเงินรวม 3 ล้านกว่าบาท ธนาคารมาบังคับให้บริษัทชำระหนี้แต่ชำระหนี้ได้บางส่วน

ธุรกิจ SMEs

สุดท้ายธนาคารจึงนำหนี้ที่เหลือมาขายต่อให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ทำการทวงหนี้ต่อ ยอดหนี้รวม 3 ล้านกว่าบาทเช่นเดิม แต่เฉพาะคุณประภาส ศาลมีคำสั่งให้คุณประภาสร่วมชำระหนี้เพียง 1 แสนกว่า วิธีการทวงหนี้ของบริษัทบริหารสินทรัพย์เหล่านี้ คือ ฟ้องร้องดำเนินคดีให้ศาลมีคำสั่งให้ลูกหนี้ที่ซื้อมา ล้อมละลาย หากบุคคล หรือนิติบุคคลใด ไม่ต้องการเป็นบุคคลล้มละลาย ท่านลูกหนี้เหล่านั้นต้องเจรจาชำระหนี้ให้ได้เท่าจำนวนเงินที่ บริษัทบริหารสินทรัพย์เหล่านั้นต้องการ การเจรจาหากทำได้ก็ทำไป หากทำไม่ได้ศาลก็จะมีคำสั่งให้บุคคลหรือนิติบุคคลเหล่านั้นล้มละลาย

สำหรับเรื่องนี้ หลังจากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมแนะนำให้เดินทางไปที่สำนักงานของบริษัท บริหารสินทรัพย์นั้น เพื่อเจรจาชี้แจงโต้แย้งให้ทางบริษัทบริหารสินทรัพย์ถึงที่มาและที่ไปว่า คุณประภาสเป็นหนี้และหนี้ที่คุณประภาสต้องรับผิดชอบเพียง 1 แสนกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งทุนทรัพย์ที่จะฟ้องร้องให้ลูกหนี้ล้มละลายได้นั้น บุคคลธรรมดาต้องมีหนี้ไม่น้อยกว่า  1 ล้านบาท ส่วนนิติบุคคลต้องมีหนี้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งจำนวนหนี้ของคุณประภาส ไม่เข้าหลักเกณฑ์ พร้อมให้คุณประภาสชี้ให้ดูคำพิพากษาของศาล ซึ่งคุณประภาสจะชี้แจงแถลงไขอย่างไรบริษัทบริหารสินทรัพย์ก็ไม่ฟังใด ๆ คุณประภาสนำเรื่องที่ได้เจรจากับบริษัทบริหารสินทรัพย์มาเล่าให้ฟัง

ผมจึงแนะนำให้ตั้งทนายความสู้คดีหาก คุณประภาสไม่อยากล้มละลาย ต่อมาทราบว่าคุณประภาสต่อสู้คดีจนสามารถเอาชนะคดีความได้ คือ ศาลล้มละลายกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหนี้ที่เป็นหนี้ตามคำพิพากษามียอดหนี้ยังไม่ถึงล้านบาท